[PHOTO-Journal] - ยาม

posted on 29 Mar 2009 22:31 by madastro in MegaProject, Photos

 

 

 

 


[มือMADหัดถ่าย]

 

 


 

[Photo-Journal] - ยาม






รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Photographic Image ของทางคณะMultimedia Design

(รายงานฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับที่ส่งครูครับ เขียนแบบตามใจคนทำกว่าฉบับนั้นเยอะ =w=)











ชื่อภาษาไทย : ยาม

ชื่อภาษาอังกฤษ : BE ON GUARD










ยามเก็ก


หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ!” คุณแม่หันมาดุคุณลูกชายวัยกำลังงอแงที่เหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่างเดี๋ยวแม่เรียกยามคนนั้นมาจับไปเลยนี่! เขามีกระบองด้วยเห็นมั้ย จบประโยคนั้น เด็กหยุดร้อง และคุณพี่ยามที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำของห้างสรรพสินค้ามาบุญครองก็เริ่มทำหน้าแปลกๆ คล้ายจะบอกว่า จริงๆผมก็ไม่ได้ดูใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อย

มันก็ดูตลกดี ที่หลายๆครั้งสิ่งที่คนเราทำกันอยู่ทั่วไปอาจส่งผลกระทบต่อคนอีกคนหนึ่งโดยที่เราไม่ได้คาดคิด หลายครั้งเราอาจจะทำไปด้วยความไม่รู้ เรามองข้ามอะไรไปหรือเปล่า? ไม่สิ...ผมกำลังนอกประเด็น ประเด็นก็คือ ...คืออะไรล่ะ ผมเองก็ลืมไปแล้ว...











ยามยืน






ยามเมื่อสีเป็นขาวดำ






ยาม's ไดอารี่? (ไม่ใช่แล้ว)








ยามเมื่อมองจากด้านหน้า (ล่างสุด : ยามเซะซี่ย์...)






ยามเมื่อมองจากด้านหลัง



ในชีวิตประจำวัน ความเร่งรีบในเมืองหลวงมักจะทำให้เรื่องบางเรื่องที่เราเห็นจนชินตานั้นกลายเป็นเหมือนสิ่งแวดล้อมที่ถูกเมิน แม้กระทั่งชีวิตคน เช่น ขอทานริมทาง ตำรวจจราจร แม่ค้าขายไส้กรอกอีสาน และ เหล่าผู้รักษาความปลอดภัยให้พวกเรานี่เอง

          เซดริค อาร์โนลด์ นักถ่ายภาพเชิงสารคดี-อาจารย์รับเชิญที่มาบรรยายในคาบวิชาถ่ายภาพของผมกล่าวไว้ว่า ความสอดรู้สอดเห็นเป็นหนึ่งในสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ และเหตุการณ์ในย่อหน้าแรกสุดนั้นได้ปลุกสัญชาตญาณของผมขึ้นมาด้วยคำถามที่ว่า ชีวิตยามมันเป็นอย่างไร?”

          จบชั่วโมงเรียนนั้น การบ้านที่พวกผมได้รับมาคือการถ่ายภาพเชิงสารคดี มันไม่ง่ายนักสำหรับมือใหม่อย่างนักศึกษาปีหนึ่ง แต่ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะเติมเต็มความสอดรู้สอดเห็นของผม









ยาม(ยอด)ตะเบ๊ะ

ผมขอแนะนำให้ท่านทั้งหลายรู้จักกับ คุณยอด แก้วบังเกิด หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยภาคกลางวันของคอนโด AP Citismart ที่คิดว่ากล้องที่ผมถืออยู่เป็นกล้องวิดีโอ และพยายามเก็กอยู่ตลอดเวลาที่มือผมแตะกล้องนั้น... และเขาก็ทำได้ดีเสียด้วย

มันก็ไม่น่าเบื่อนักหรอกครับ เขาบอก ถ้าเรารู้หน้าที่และมีความสุขไปกับมัน อีกอย่าง ผมก็ไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีเพื่อนๆยามและคนแถวๆนี้ให้คุยกันอีกเยอะ

 











ยามอารมณ์ดี





ยามอยู่บนถนน





ยามเฝ้าตึกร้างที่ไม่รู้จะเฝ้าไปทำไม...ปล่อยให้คนเข้าไปเดินชิลในนั้นได้เนี่ย =w=

 







 

ในทุกๆวันที่เราเดินทางไปไหนมาไหนในเมืองหลวงแห่งนี้ เราจะพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหล่านี้อยู่ทุกที่ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หมู่บ้าน ลานจอดรถ พื้นที่ก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งอาคารร้างที่ไม่รู้ว่าจะเฝ้าไปทำไม และคนส่วนมากที่ทำอาชีพนี้มาจากต่างจังหวัดกันทั้งนั้น

 

คนกรุงไม่ชอบทำงานแบบนี้หรอกครับคุณยอดกล่าวหลังจากที่บอกว่าเขาเองก็เป็นคนอยุธยา บ้านผมอยู่ริมแม่น้ำเลยครับ ลมเย็นสบาย แถวๆบ้านก็เป็นตลาดน้ำ พี่ชายผมก็ทำงานอยู่ที่คณะลิเกแถวนั้นแหละ หลังจากนั้น ลุงยอดก็เริ่มเอ่ยปากชวนนักศึกษาโคตรยุ่งอย่างผมไปเที่ยวบ้านเขา... (เสียดายที่ผมยังหาเวลาว่างไม่ได้เลย ไม่เช่นนั้นผมคงได้ทำสารคดีชีวิตชาวบ้านอีกงานแน่ๆ) ระหว่างที่คุยกัน ลุงยอดก็เล่าเรื่องทางบ้านให้ผมฟังบ้าง เช่น เรื่องพี่ชายของเขาที่ถูกข้าราชการแย่งความดีความชอบเล็กน้อย จะให้ลงรายละเอียดก็คงยาว คร่าวๆคือมีการทดสอบข้าราชการด้วยการให้การบ้านมาหาประวัติของตำบลที่ตัวเองประจำอยู่ ซึ่งพี่ของเขาก็ได้ช่วยหาประวัติไปให้ หลังจากนั้นข้าราชการคนนั้นก็ได้เลื่อนขั้นและย้ายไปโดยไม่มีคำขอบคุณสักคำ ผมก็ไม่ได้เคืองอะไรนักหรอกครับ ออกจะภูมิใจด้วยซ้ำ เขากล่าวปิดเรื่อง เป็นคนกรุงเก่าทั้งที ไม่รู้ประวัติศาสตร์นี่มันน่าอายนะครับ

 

พี่ยามที่นั่งอยู่ข้างๆก็ไม่น้อยหน้า ถึงจะยังหนุ่มแต่ก็มากประสบการณ์ ก่อนมาอยู่ที่นี่ เขาไปประจำที่ห้างมาแล้วหลายห้าง ตึกสำนักงานข่าวช่อง3 (มีเพื่อนเป็นสื่อมวลชนด้วยหลายคน) ที่เด็ดที่สุดนี่เห็นจะเป็นบ้านคุณสนธินี่แหละครับ เขาบอก ผมถึงกับทึ่งในเรื่องนี้ เป็นบ้านที่วุ่นวายใช้ได้เลย (หัวเราะ) ผมได้ยินมาจากปากพี่ยามคนนี้ว่าคุณสนธิตั้งมูลนิธิเพื่อ รปภ.แล้ว (แต่ผมจำชื่อมูลนิธิไม่ได้) เงินที่ได้รับบริจาคจะนำไปซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพอำนวยความสะดวกให้แก่เหล่ายามทั้งหลาย และอาจมีอย่างอื่นที่มากกว่านั้นแต่พี่เขาไม่ได้พูดถึง ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้อยู่เหมือนกัน









หนึ่งยาม






สองยาม





ยามรอ





ยามเมื่อเราอยู่ร่วมกัน

[รปภ.กับวินมอ'ไซค์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มักจะพบอยู่ใกล้ๆกันเสมอ (พร้อมด้วยร่มและหนังสือพิมพ์) เป็นเพื่อนยามว่างได้ดีทีเดียว]







ยามอยู่ในแถว

ผู้อภิบาลความสงบเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะต้องผ่านการฝึกมาก่อนที่จะได้เข้าประจำในที่ต่างๆ แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอกค่ะ คุณมณีรัตน์ ทรงพิมพ์ไทย จากกาญจนบุรี สตรีหนึ่งเดียวในคณะรปภ.ของคอนโดนี้กล่าว บางบริษัทก็ส่งไปประจำก่อน แล้วค่อยเรียกกลับมาฝึกทีหลัง การฝึกดังกล่าวไม่ใช่ว่าฝึกครั้งเดียวจบ เมื่อประจำการไประยะหนึ่งอาจถูกเรียกกลับไปฝึกเพิ่มเติมหรือฝึกทบทวนอีกเป็นระยะ แล้วแต่หลักของแต่ละบริษัท พี่มณีรัตน์และยามในกะเดียวกันจะอยู่เวรเป็นเวลา12ชั่วโมง ตั้งแต่7นาฬิกาไปจนถึง19นาฬิกาของทุกวัน ส่วนค่าแรงนั้นอยู่ที่ประมาณ 8,000-10,000 กว่าบาท ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละเดือนมีวันหยุดนักขัตฤกษ์มากแค่ไหน ถ้ามีเยอะก็ได้เยอะ เราทำงานทุกวันน่ะค่ะ








ยามจะกิน






ยามจะนอน





ยามกลับไปทำงานต่อ






ยามพร้อมแล้ว...




การรักษาความปลอดภัยนั้นคือหน้าที่ของรปภ. แต่ใครจะคอยรักษาความปลอดภัยให้รปภ.เล่า? หลายครั้งที่พวกเขาต้องเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น รปภ.ของโรงเรียนช่างกลแห่งหนึ่งที่เสียชีวิตด้วยกระสุนปืนของกลุ่มวัยรุ่นโรงเรียนคู่อริ ความเสี่ยงจากการถูกลูกหลงระหว่างการระงับเหตุวิวาท รวมถึงเหตุการณ์ที่จะตัดสินว่ายามคนไหนที่เป็นฮีโร่ หรือคนธรรมดาที่ถูกความกลัวครอบงำได้เหมือนกัน อย่างในข่าวเมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในธนาคารแห่งหนึ่งยิงสกัดคนร้ายที่บุกเดี่ยวเข้าจี้ธนาคารล้มลงรอการจับกุม ในวันเดียวกันนั้น ร้านทองในห้างสรรพสินค้าถูกคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าชิงทองแล้วหลบหนีหายไปโดยที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้นไม่ได้ตัดสินใจทำอะไรเลย แต่อย่างน้อยพวกเราก็อุ่นใจที่ยังมีพวกเขาอยู่ เพราะตราบใดที่ชีวิตนอกบ้านของพวกเรายังมีความเสี่ยง พี่ยามเหล่านี้แล ที่จะอยู่ทุกที่ ในฐานะผู้อภิบาลความสงบของผู้คน...อย่างน้อยก็ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง











ยามค่ำ1






ยามค่ำ2







ยามค่ำ3







ยามต้องดูบท







ยามปิดตึก







ยามตอกบัตร